Musk กับ White Musk ต่างกันยังไง

Animal musk (มัสก์สัตว์) กลิ่นมัสก์จากสัตว์ ได้มาจากการสกัดสารคัดหลั่งจากต่อมต่างๆ จากสัตว์ กวางชะมด ชะมดแมว ชะมด ให้กลิ่นที่ฟุ้งติดทนมาก

Musk ในน้ำหอม คือ 1 ในกลิ่นที่มีความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะที่สร้างความหลงไหลและความดึงดูดใจ แม้ว่า “Musk” จะไม่ใช่สิ่งใหม่และถูกนำมาปรุงในน้ำหอมหลายศตวรรษแล้วก็ตาม แต่ในปัจจุบันความนิยมใน Musk ก็ไม่เคยลดลงทั้งนี้กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Carina Chaz ผู้ก่อตั้งแบรนด์น้ำหอม Dedcool กล่าวว่า ” ตอนนี้ Musk ได้กลายเป็นกลิ่นที่ทันสมัย และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำหอมพรีเมี่ยมหลากหลายแบรนด์ โดยมักพบในหมวดหมู่ของกลิ่นหอมหวาน กลิ่นไม้ หรือกลิ่นเอิร์ธโทน นอกจากนี้ยังพบในน้ำหอมที่มีกลิ่นและส่วนผสมที่ซับซ้อน โดยเธอได้กล่าวว่าหากคุณได้เคยลองดมกลิ่น “Musk” สักครั้งแล้วคุณจะเข้าใจว่ามันซับซ้อนและมีเสน่ห์เพียงใด”

โดยปกติแล้ว Musk คือผลพลอยได้ของกวาง โดย Musk หรือที่เรียกว่า Musk pod คือถุงที่อยู่ระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์และช่องท้องของกวาง โดย Chaz Sue Phillips ผู้เชี่ยวชาญน้ำหอมและเป็นผู้ก่อตั้ง Scenterprises custom perfumery ได้อธิบายไว้ว่า “เนื่องจากกลิ่นของสัตว์ในธรรมชาตินั้นมีความเย้ายวนสูง สัตว์เหล่านี้มีกลิ่นที่แรงมาก และสามารถดึงดูดทำให้สัตว์เพศตรงข้ามเกิดการกระตุ้นการสืบพันธุ์ ทำให้นักปรุงน้ำหอมเลือกใช้ Musk เป็นส่วนประกอบในการรังสรรค์น้ำหอม ซึ่งปัจจุบัน musk นั้นสามารถสังเคราะห์ขึ้นเพื่อเลียนแบบกลิ่นตามธรรมชาติได้แล้ว ทำให้เราไม่จะเป็นต้องออกไปล่าสัตว์เพื่อนำมาทำน้ำหอมอีกต่อไป

จุดเด่นของ Musk คือมันไม่ได้มีความคล้ายคลึงกลับกลิ่นหอมทั่วๆไป ด้วยกลิ่นอันซับซ้อนจึงทำให้อธิบายลักษณะของกลิ่นพิเศษนี้ได้ยากมาก โดย Phillips ได้กล่าวว่า ” Musk เปรียบเสมือนกับกลิ่นที่ติดตัวของมนุษย์ที่มีบางสิ่งที่เราไม่อาจสามารถอธิบายได้ว่าคือกลิ่นอะไร โดยเฉพาะกับกลิ่นของคนที่เรารู้สึกชอบพอนั้นมักจะมีความหอมที่น่าฉงน เซ็กซี่ และยั่วยวนใจมากเป็นพิเศษ ซึ่งบางครั้งผู้คนถึงกับเรียกมันว่า B.O. (Body odor) เธอได้กล่าวต่อไปว่า ในช่วงทศวรรษ 60 Musk ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากในช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาของยุคบุปผาชนหรือที่เรารู้จักในชื่อของ Hippie ซึ่ง 1 ในความนิยมของผู้คน ณ เวลานั้นคือการไม่อาบน้ำเป็นเวลาต่อเนื่องนานหลายวัน สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ เมื่อเหงื่อซึมเข้าสู่เส้นผม ไรขนตามร่างกาย กลิ่นที่ตามมาก็คือกลิ่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ Musk แต่อย่างไรก็ตามกลิ่น Musk ที่อยู่ในขวดน้ำหอมนั้นคือกลิ่นที่ผ่านกระบวนการทางเคมีทำให้ได้กลิ่นที่นุ่มนวลและสะอาด”

 

White musk (มัสก์ขาว) เป็นกลิ่นมัสก์สังเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดต้นทุน Animal musk ที่ทีราคาสูงมาก ให้กลิ่นสะอาด โทนแป้งและหอมหวาน

ไวท์มัสก์ (White Musk) เป็นน้ำมันมัสก์สังเคราะห์ขึ้นมาจากสารเคมี (Synthetic musks)โดยส่วนผสมหลักๆจะเป็น 1,3,4,6,7,8-Hexahydro-4,6,6,7,8,8-hexamethylcyclopenta[g]-2 benzopyran, 6-Acetyl-1,1,2,4,4,7-hexamethyltetraline, 2-(4-tert-Butylbenzyl)propionaldehyde and Musk Ketoneซึ่งWhite Musk จะมีคุณสมบัติคือ ช่วยดับกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ White Musk จะมีกลิ่นที่สะอาด นุ่มละมุน คล้ายๆกับกลิ่น Musk จากสัตว์ ซึ่งจะนิยมนำไปทำเป็นกลิ่นของน้ำหอมพร้อมใช้ต่างๆ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยให้กลิ่นติดทน (Perfume Fixative) โดยปริมาณการใช้จะอยู่ที่ 5 % โดยน้ำหนักของสารทั้งหมด ทั้งนี้เมื่อผสมไวท์มัสก์กับแอลกอฮอล์แล้ว ควรนำไปบ่ม (Aging)โดยแช่ไว้ในตู้เย็น ประมาณ 48 ชมหรือ เดือน เพิ่อให้กลิ่นมีความเข้มข้นขึ้น และยิ่งช่วยให้กลิ่นของแอลกอฮอล์ลดลงได้ด้วย

ลักษณะทางกายภาพ ของเหลว ลักษณะหนืดเล็กน้อย สีใสค่อนไปทางเหลืองเล็กน้อย มีกลิ่นหอม

การละลาย ละลายใน Ethanol, Ethyl Ether และChloroform

อัตราการใช้ : 5 % โดยน้ำหนักของสารทั้งหมด หรือ ใช้ 5% ขึ้นไป

ประโยชน์และการใช้งาน :
1. ช่วยดับกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์
2. เป็นช่วยให้น้ำหอมติดทนนานยิ่งขึ้น (Perfume Fixative) ช่วย Fix กลิ่นให้น้ำหอมที่ผสมมีประสิทธิภาพและสามารถติดผิวหรือติดเสื้อผ้าได้นานยิ่งขึ้น
3. นิยมนำไปทำเป็นกลิ่นของน้ำหอมพร้อมใช้ต่างๆ หรือนำไปเบลนด์กับกลิ่นต่างๆ เพื่อให้ได้น้ำหอมกลิ่น ใหม่ๆ
4. White Musk จะมีกลิ่นที่สะอาด นุ่มละมุน คล้ายๆกับกลิ่น Musk จากสัตว์
5. สามารถนำไปผสมใน สเปรย์ปรับอากาศ (Spray Air Fresheners ) สเปร์ยฉีดผ้า (Fabric Spray)
6. สามารถนำไปใน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อโรม่า สปา และอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Diffuser Fragrance, Home Fragrance Products

การเก็บรักษา : สามารถเก็บในอุณหภูมิห้อง ปิดฝาขวดหรือถุงให้สนิท และเก็บให้พ้นจากแสงแดด หรือ ความร้อน ผลิตภัณฑ์มีอายุอย่างต่ำ 2ปี