AHA , BHA , CHA , PHA คืออะไร?

     ภายใต้ผิวหน้าแสนบอบบางของเรามีเซลล์ผิวใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา เพื่อแทนที่เซลล์ผิวเก่าหมองคล้ำเต็มไปด้วยเมลานินที่หลุดออกไปเป็นขี้ไคล เราเรียกกระบวนการนี้ว่า ‘วงจรผลัดเซลล์ผิว’ จะเกิดขึ้นทุกๆ 21-28 วัน ถ้าวงจรนี้เป็นไปตามตามธรรมชาติ ผิวเราก็จะสวยกระจ่างใสอยู่เสมอ

แต่เรื่องมันมักจะไม่ Happy Ending แบบนั้น อุปสรรค์ต่างๆ มากมายรอคุณอยู่ เช่น ถูกแสงแดดทำร้าย ผิวระคายเคือง ผิวขาดน้ำไม่ชุ่มชื้นพอ พักผ่อนน้อย หรืออายุที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวแย่ลงค่ะ ทุกวันนี้จึงมีผลิตภัณฑ์ทางเลือกมาช่วยในการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นไปตามวงจรที่ควรเป็น สำหรับสาวๆที่ผิวบอบบาง แนะนำให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี “PHA” หรือชื่อเต็มๆ ของคุณเขาคือ Poly Hydroxy Acids เป็นสมาชิกหนึ่งในแก๊ง Hydroxy Acids (เช่น AHA, BHA) เป็นกรดที่ทำงานเร่งการผลัดเซลล์ผิว

      PHA มีความอ่อนโยนมากกว่า AHA, BHA เพราะมีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่า ซึมลงผิวได้ไม่ดีเท่า แต่ทำให้ก่อการระคายเคืองได้น้อยกว่า ดังนั้นแน่นอนว่าประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวก็น้อยกว่าด้วยเช่นกัน

PHA จึงเป็นสารผลัดเซลล์ผิวที่สามารถใช้กับคนที่มีปัญหาสิว หรือผิว Sensitive แต่อยากใช้ตัวช่วยในการผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ เพราะผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวแบบเดิมๆ มักจะใช้เม็ดสครับขัดผิว มึความรุนแรงต่อผิวของเราเกินไป อาจทำให้ผิวระคายเคือง แดง หรืออาการสิวแย่ลงไปอีกนะ

AHA , BHA , CHA , PHA

ประเภทของกรดผลไม้ในปัจจุบัน กรดผลไม้ ( Hydroxy Acid) ได้มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย โดยได้นำกรดผลไม้มาใช้ในการช่วยเพิ่มหรือเร่งอัตราการหลุดลอกของเซลล์ผิว หนังชั้นนอก เพื่อแก้ไขปัญหาผิวหน้าหยาบกร้าน รอยดำ ฝ้า ริ้วรอยเหี่ยวย่น หรือรอยหลุม โดยอาจจะผสมในครีม ด้วยความเข้มข้นแตกต่างกัน หรือแพทย์ผิวหนังได้นำมาใช้ในการทำ Peeling เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาผิวพรรณมากขึ้น นอกจากจะใช้ทาเพียงอย่างเดียว กรดผลไม้ ในปัจจุบัน มีหลายชนิด จำแนกในปัจจุบันได้ดังนี้

กรดผลไม้หรือ AHA ซึ่งหลายคนก็คงเคยได้ยินกันมาเคยได้ใช้เองบ้าง บางท่านก็ไปรักษาทำทรีทเม้นท์ เรื่องของ AHA ไม่ว่าจะเป็นคลินิกหรือตามสถาบันเสริมสวยความงามทั่วไปซึ่งหลายคนคงเคยได้ยิน จึ งมีข้อแนะนำดีๆเกี่ยวกับกรดผลไม้ว่ามีกี่แบบและแต่ละแบบมีการใช้งานในรูปแบบใด ใช้อย่างไรบ้างและประโยชน์แต่ละชนิดในด้านใดบ้าง

AHA , BHA , CHA , PHA

AHA ย่อมาจาก  Alpha Hydroxy Acids เป็นลักษณะของกรดที่มาจากผลไม้ อาจจะสกัดมาจากหลายวิธีการ เช่น สกัดมาจากส้มหรืออ้อย AHA เรียกได้ว่าเป็นกลไกทางเคมี แต่นอกจาก AHA ก็ยังมีอีกชนิดที่คล้ายกันคือ
 
BHA ย่อมาจาก Beta Hydroxy Acid คำว่า Beta มาจากอนุพันธ์ทางเคมีที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจาก 2 ชนิดที่กล่าวมานี้ก็ยังมี
 
CHA อีกชนิดหนึ่งซึ่งย่อมาจาก Combined Hydroxy Acid เป็นลักษณะของกรดอนุพันธ์ AHA ในบางชนิดที่นำไปรวมกับกรดผลไม้หลายแบบก็นำมารวมกันเรียกว่า CHA แต่ในปัจจุบันยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าไหร่  ทั้งเรื่องการเตรียมและตัวยาที่ไม่เสถียรจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก
 
PHA ย่อมาจาก Poly Hydroxy Acid ตัวนี้อาจะเป็นตัวใหม่ที่กำลังนำเข้ามาใช้ในหลายคลินิกผิวหนังทั่วๆไป
      AHA เป็นชนิดที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ความแตกต่างของการใช้งานขึ้นอยู่กับเปอร์เซนต์การใช้งาน ในกรณีที่เราใช้ AHA ในปริมาณที่ไม่สูง เช่น  5% – 10% ถ้าใช้ในระดับไม่สูง AHA เราสามารถนำมาใช้ผลัดเซลล์ผิวและใช้ได้ทุกวัน แต่ถ้าเป็น AHA ที่มีค่าสูงขึ้น ประมาณ 20 – 50% ขึ้นไป ส่วนใหญ่จะใช้ในคลินิกผิวพรรณ คลินิกผิวหนังหรือคลินิกความงามทั่วไปเพราะต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ เมื่อค่า AHA สูงผลการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่ผลข้างเคียงที่ตามมาก็อาจสูงด้วย

ประโยชน์ของ AHA และ BHA

AHA , BHA , CHA , PHA

คือการ ผลัดเซลล์ผิว เร่ง กระตุ้นการผลัดเซลล์ของผิวหนัง

-ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น ขาวใส
-ฝ้า กระ จุดด่างดำดูจางลง
-หลุมสิวตื้นขึ้น
-แผลเป็นนูนราบลง
-ลดริ้วรอยก่อนวัย

แต่ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์มาก แต่แท้จริงแล้วก็อาจให้โทษได้ ถ้าเราใช้อย่างไม่รู้และไม่ระมัดระวัง

ข้อควรระวังในการใช้ AHA และ BHA

AHA , BHA , CHA , PHA

      หลังจากทำทรีทเม้นท์ AHA ให้งดการใช้ครีมทุกชนิด 1 วันหลังจากทำการรักษา ควรล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่อ่อนๆ หรือจะเป็นน้ำสะอาด น้ำเปล่าก็ได้ งดการออกไปเจอแสงแดดที่ค่อนข้างแรง หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดประมาณ 2-3 วันหลังจากทำทรีทเม้นท์ สำหรับบางท่านที่ผิวหนังค่อนข้างบอบบางหรือแพ้ระคายเคืองง่าย  อาจจะมีขุยหรือผิวลอกได้ 3-5 วันหลังจากทำทรีทเม้นท์ก็ไม่ควรแกะผิวที่ลอกด้วยตัวเอง  ให้ใช้ครีมบำรุงเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก้ไขเรื่องผิวส่วนที่ลอก แต่ถ้าท่านใดที่ใช้ AHA และ BHA กรดผลไม้แล้วเกิดการระคายเคือง แสบคัน ผิวลอกหรือมีปัยกาที่แตกต่างที่นอกเหนือจากนี้และรู้สึกไม่สบายใจ ก็แนะนำให้รีบไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง คลินิกผิวพรรณที่ท่านไว้ใจ ดังนั้นอย่างลืมดูแลผิวหน้า ผิวพรรณให้สว่างสดใส

**เรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนใช้** จะได้ใช้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย (อ่านกันก่อนนะ ห้ามข้ามไปเด็ดขาด!)

-ใช้เฉพาะตอนกลางคืนดีกว่า ผลัดเซลล์ผิวเก่าก่อนนอน ตื่นเช้ามาต้อนรับผิวกระจ่างใสใหม่กิ๊ง

-เช้ามาต้องทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ข้อนี้สำคัญมาก (ก.ไก่ล้านตัว) เพราะรังสีที่มากับแสงแดดเป็นตัวร้ายที่มากระตุ้นอาการระคายเคืองหลังการผลัดเซลล์ผิว ถ้าไม่ทากันแดด ผิวคุณอาจจะหมองคล้ำมากกว่าปกติอีก ดังนั้นข้อนี้สำคุญที่สุดเลยค่ะ

-ใช้ร่วมกับ Ceramide, Hyaluronic หรือ Moisturizer ต่างๆ ได้จะดีมาก ทำให้ชุ่มชื้น ลดความระคายเคืองได้ดี

AHA , BHA , CHA , PHA

พูดถึงสารผลัดเซลล์ผิวกันไปแล้ว ที่นี้มาดูกันว่าทำไมเราถึงอยากให้คุณผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำ…

– ช่วยให้ผิวสว่าง กระจ่างใสขึ้น (เพราะผลัดเซลล์ขี้ไคลที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไป เผยเซลล์ผิวใหม่ที่กระจ่างใสกว่า)

– รอย จุดด่างดำ ลดลง (เพราะเซลล์ผิวถูกผลัดออกไป)

– ผิวเรียบเนียนขึ้น

– ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวได้ด้วยนะ

– ลดสิวอุดตัน (เพราะสาเหตุนึงที่ทำให้เกิดสิวอุดตันก็คือ การผลิดเซลล์ผิวออกไปไม่หมด ทำให้เกิดการอุดตัน)

– ผลิตภัณฑ์บำรุงซึมลงสู่ผิวได้ดีขึ้น ทำงานได้เต็มที่ (เพราะไม่มีการอุดตัน)